อาร์เซน่อล เปิดตำราสอนเชลซี เจาะลึก 3 แท็กติกโหดพาแชมป์เก่าคัมแบ็ก
อาร์เซน่อล โชว์ระดับการแสดงมาสเตอร์พีซในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนนัดล่าสุดอย่างแท้จริง แม้ว่าจะโดน มอร์แกน โรเจอร์ส ยิงประตูพาสิงห์บลูส์ออกนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกม แต่ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า กลับเล่นด้วยความมั่นใจและอิสระแบบพรีเมียม ก่อนจะรัวคืนสองลูกรวดจาก ไค ฮาแวร์ตซ์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด พลิกแซงคว้าชัยชนะไปได้อย่างงดงาม
สิ่งที่ทำให้สาวกปืนใหญ่ต้องยิ้มกริ่มในเกมนี้ ไม่ใช่แค่สามแต้มสำคัญ แต่คือสไตล์การเล่นที่สลัดคราบทีมเน้นผลปลอดภัยทิ้งไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาเดินหน้าฆ่ามัน พับสนามบุกใส่เชลซีอย่างดุดัน และนี่คือ 3 จุดเปลี่ยนทางแท็กติกที่ ทัพปืนใหญ่ ใช้เชือดคู่แข่งจนดิ้นไม่หลุด
แท็กติก “Mr Freeze” มนต์ขยี้เกมรุกฝั่งขวาของ ไค ฮาแวร์ตซ์
กุญแจสำคัญที่ทำให้เกมรุกไหลลื่นสุดๆ คือการถล่มช่องโหว่ทางฝั่งขวา โดยสถิติล่าสุดระบุว่า มีถึง 47% ของเกมรุกทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้ การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของ บูกาโย ซาก้า, เบน ไวท์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด กลายเป็นฝันร้ายของเชลซีอย่างแท้จริง
มิเกล อาร์เตต้า วางแผนให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ สวมบทบาทกองหน้าอิสระ ถ่างออกไปเล่นทางช่องขวาเพื่อสร้างสามเหลี่ยมดึงตัวผู้เล่น ร่วมกับ ซาก้า และ ไวท์ มุกนี้ถูกเรียกว่าแท็กติก “Mr Freeze” เพราะเมื่อ ฮาเวิร์ตซ์ ดึงเอา แม็กแซงซ์ ลาครัวซ์ กองหลังเชลซีออกไปนอกพื้นที่ มันจะทำให้ เวสลีย์ โฟฟาน่า เซนเตอร์อีกคนเกิดอาการ “แช่แข็ง” ยืนงงในดงผู้เล่น จนเกิดช่องว่างขนาดกว้างถึง 19 เมตรตรงกลางเปิดทางให้ ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ และ ซาก้า ทะลุเข้าไปลุ้นประตูสบายๆ
บวกกับการที่ มอร์แกน โรเจอร์ส ปีกเชลซีดันสูงจนลืมเกมรับ ทำให้ฝั่งซ้ายของคู่แข่งเปิดโหว่ง และ ทัพปืนใหญ่ ก็เจาะจุดนี้เน้นๆ จนนำมาซึ่งลูกไขว้ลอดขาและลูกหลอกงามๆ ของฮาแวร์ตซ์ที่พาประสานงานได้แบบไร้รอยต่อ
มาร์ติน โอเดการ์ด กับบทบาทเบอร์ 10 ที่ดุดันกว่าเดิม
กัปตันทีมอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด จัดฟอร์มระดับขึ้นหิ้ง ด้วยการเล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์เบอร์ 10 ตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่แค่ถอยลงมาเชื่อมบอลที่เส้นครึ่งสนามเหมือนบางเกม ในยามที่เชลซีพยายามบีบไฮเพรสซิ่ง โอเดการ์ด คือคนที่พา ทัพปืนใหญ่ แกะกดดันออกมาได้เสมอด้วยการแต่งบอลหลบในพื้นที่แคบๆ
นอกจากนี้ เขายังเป็นหัวหอกในการนำแก๊ง 6 คน เติมเกมเข้าไปขยี้ในกรอบเขตโทษ แม้กระทั่งตอนที่ทีมนำ 2-1 ก็ยังไม่ถอยไปตั้งรถบัส แต่กลับดันทั้ง กาเบรียล และ เบน ไวท์ เติมขึ้นสูงไปป่วนรับเชลซีจนตั้งตัวไม่ติด ลูกยิงชัยของโอเดการ์ดในเกมนี้จึงเป็นรางวัลของความใจกล้าในการเติมเข้าหาพื้นที่อันตรายนั่นเอง
เดแคลน ไรซ์ ปราการด่านสุดท้ายที่ขาดไม่ได้
ความกล้าหาญในเกมรุกระดับนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มี เดแคลน ไรซ์ คอยปัดกวาดเช็ดถูอยู่ข้างหลัง ไรซ์ ยืนคู่กับ ไมล์ส เลวิส-สเกลลี่ ในระบบมิดฟิลด์คู่ได้อย่างไร้ที่ติ คอยวิ่งสกรีนเกมสวนกลับเร็วของเชลซีตลอดทั้งเกม
ไรซ์ ไม่เพียงแต่ใช้พละกำลังในการวิ่งไล่บอลไปทั่วสนาม แต่ยังโชว์ความเก๋าด้วยการตัดฟาวล์ตั๋วแท็กติกใส่ มอร์แกน โรเจอร์ส เพื่อเบรกเกมสวนกลับอันตราย รวมถึงจังหวะสปริ้นท์สุดชีวิตกลับมาสกัดบอลจากเท้า โคล พาลเมอร์ ได้ทันควัน ช็อตเหล่านี้คือรากฐานอันมั่นคงที่ทำให้แนวรุกของ อาร์เซน่อล เดินหน้าลุยได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องพะวงหลัง
ชัยชนะนัดนี้ของ อาร์เซน่อล จึงไม่ใช่แค่การเก็บ 3 แต้มธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปถึงทุกทีมในพรีเมียร์ลีกว่า แชมป์เก่ายังคงดุดัน แท็กติกเฉียบคม และพร้อมที่จะรักษาบัลลังก์ไว้ต่อไปอย่างแน่วแน่!
คอลัมนิสต์ฟุตบอลชื่อดังระดับประเทศ รวมไว้ที่นี่หมดแล้ว! อ่านบทวิเคราะห์เจาะลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบจัดเต็มได้ที่ COREBALL
ไม่ว่าจะศึกลีกใหญ่ระดับโลกหรือคู่ไหนๆ ก็รับชมถ่ายทอดสดแบบคมชัด ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ได้ทุกแมตช์ เพียงแอดไลน์ @ufa88sv8 พร้อมสัมผัสประสบการณ์ดูบอลที่ดีที่สุดได้ทันที!
